รีวิว ร้านเนื้อบังโต Company B รสสัมผัสที่น่าลิ้มลอง

company-master

วัยรุ่นยุค 90 เชื่อว่าไม่มีใครไม่มีรู้จักวงดนตรีร็อคชื่อดังอย่าง ซิลลี่ฟูลส์ ยุคที่มีนักร้องนำที่ชื่อว่า พี่โต ตอนนั้นคาแรคเตอร์ของพี่โตนั้นบอกเลยว่าไม่เหมือนใครจริงๆ ทั้งเสียงร้อง เนื้อหา การเล่นสด น่าเสียดายว่าพี่โต ได้ขอลาออกจากวงไปตอนนี้พี่เค้ากลับมาแล้ว ด้วยบทบาทใหม่นั่นคือการทำธุรกิจร้านเนื้อ Company B ได้ข่าวว่ารสชาติดี น่าลิ้มลองทีเดียว เนื้อวัว Dry aged เนื้อวัวร้านบังโตของเราไฮไลต์ก็คือเนื้อที่เค้าเรียกมันว่า Dry Aged เนื้อวัวนี้ไม่เหมือนเนื้อวัวที่เราเคยกินมาแน่นอน อย่างแรกเลยเป็นเนื้อวัวพันธุ์ไทยอย่างเดียว มาผ่านกรรมวิธีพิเศษที่เรียกว่า Dry Aged ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นการไล่ความชื้นให้ระเหยออกไปด้วย การเอาเนื้อวัวไปตากไว้ในอากาศหรือภายในห้องเย็นที่มีความเย็นตามที่กำหนดเอาไว้ตลอดเวลา (ส่วนใหญ่ห้องจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 0-4 องศาเซลเซียส กับควบคุมความชื้น) เพื่อให้ความชื้นออกไปโดยปกติเค้าจะใช้กระบวนนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ของพี่โตมากกว่านั้นจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ผลที่ได้ก็คือ เนื้อวัวของ Company B นั้นจะมีความหวานฉ่ำอย่างมาก จนทำให้รสชาติอร่อยจนลืมโลกไปเลย นี่จึงเป็นสาเหตุทำให้เนื้อของพี่โตขายดีแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าราคาเนื้อทั่วไปในตลาดก็ตาม ข้อดีของเนื้อวัวไทย เนื้อวัวไทยที่ร้าน Company B ของพี่โตนั้น ข้อดีอย่างแรกเลยก็คือ มันจะให้ความสดอย่างมากอย่าลืมว่าเนื้อวัวไทยกว่าจะเดินทางมาหาเราก็ใช้เวลาไม่นานมากทำให้เราได้ความสดมากกว่า แตกต่างจากเนื้อวัวต่างประเทศกว่าจะเดินทางมาถึงได้นั้นต้องแช่เย็น แช่แข็ง บินข้ามน้ำข้ามทะเลมา กว่าจะมาถึงก็เสียรสชาติไปเยอะ แต่ข้อเสียก็คือ เนื้อวัวไทยอาจจะยังไม่มีความละมุนลิ้นเท่าไร แต่ตรงนี้ทดแทนด้วยกระบวนการวิธีดัดแปลงเนื้อ และฝีมือการทำอาหาร ประเภทเนื้อที่ขาย สำหรับใครที่อยากจะไปอุดหนุนพี่โต ที่ร้าน Company B เค้ามีสาขาอยู่ที่ห้างพารากอนต้องบริเวณขายเนื้อ ที่ Butcher Zone Gourmet Market ชั้น G ซึ่ง Company B จะมีตู้อยู่ 3 ส่วนด้วยกันคือ หนึ่งตู้เนื้อแบบเนื้อสด สองตู้เนื้อแบบ Dry Aged และ ตู้เนื้อแกะ ชอบเนื้อแบบไหนก็จัดได้เลย รสชาติของเนื้อ เมื่อเราซื้อเนื้อ มีสองทางเลือก หนึ่งเอากลับไปทำเองที่บ้าน กับสองเอาไปให้เชฟบริเวณเคาเตอร์บาร์ข้างๆ ร้านจัดการให้ได้เลย (บอกก่อนว่าบริการตรงนี้คนละส่วนกับทางร้าน และไม่ฮาลาล) หลังจากลองซื้อเนื้อริปอายมาให้พี่เชฟย่างแล้วปรากฏว่าพอเข้าปากมันยอดเยี่ยมมาก รสชาติความชุ่มช่ำของเนื้อและการปรุงรสแทบจะละลายหายเข้าไปเลย เนื้อพี่โตของเค้าดีจริง คนรักเนื้อไม่ควรพลาด…

Read More

รีวิวร้านเนื้อย่าง วากิว Nikutei Arata sukhumvit 39

เนื้อวัว Wagyuu คือ วัวเนื้อของประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ โดยผ่านการเลี้ยงอันมีลักษณะพิเศษ เช่น ให้ดื่มเบียร์, นวดให้วัวรู้สึกผ่อนคลาย, ให้กินแต่ธัญพืชมีประโยชน์ เป็นต้น และต้องเลี้ยงที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เนื้อวัว Wagyuu แบ่งออกเป็นหลายระดับ โดยระดับ 5 คือ มีปริมาณของไขมันแทรกตัวอยู่มากที่สุด เมื่อพิจารณาดูดีๆ จะมีลวดลายสวยงาม คล้ายหินอ่อน มีราคาค่อนข้างแพงมาก สำหรับในประเทศไทยคุณสามารถหาเนื้อวัว Wagyuu ทานได้อย่างไม่ยาก เพราะมีหลายร้านที่นำเข้ามา แต่สำหรับร้านที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ ขอบอกว่ารังสรรค์เนื้อออกมาได้อย่างอร่อยเหาะมากจริงๆ ลิ้มรสเนื้อวัว Wagyuu, Nikutei Arata sukhumvit 39 ร้านเนื้อวัว Wagyuu เกรด A5 ที่คุ้มค่าเกินราคา โดยร้าน ‘Nikutei Arata’ ตั้งอยู่ ณ ซอยสุขุมวิท 39 ในโครงการ Citi Resort New wing ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์เรียบง่ายแบบ Modern หากแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นสอดแทรกเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน ด้านอาหารก็เรียกได้ว่าสุดยอด คนรักเนื้อวัวรับรองว่าต้องอุทานออกมาว่า ‘สุโค่ย!’ เมนูแนะนำ Sirloin Wagyu เริ่มจากนำเตาหินมาตั้งตรงหน้า เชฟก็จะมาย่างเนื้อวัว Wagyuu มาตัดแบ่งให้ลูกค้าตรงหน้าตัวต่อตัว โดยความสุกที่อยากแนะนำ คือ ไม่ต้องสุกมาก ให้มีความแดงแทรกนิดๆ เนื้อนุ่มอร่อย กำลังดี เสริฟมาพร้อมน้ำจิ้ม 3 อย่าง ได้แก่ เกลือมะนาว, วาซาบิ และซอสเผ็ดสูตรลับ ถึงแม้จะไม่จิ้มก็อร่อยนุ่มละมุนอย่างลิ้นสุดๆ แต่ถ้าจิ้มก็จะได้รสชาติแตกต่างกันไปในแต่ล่ะคำ ราคา 680 บาท Wagyu Sushi Three Appearaces เซตซูชิหน้าเนื้อ Wagyuu 3 แบบ ชิ้นแรก คือ Otoro Wagyu เนื้อส่วนท้องที่มีลายแทรกสวยงาม นุ่มอร่อย, Aburi Wagyu เอาเนื้อไปลนไฟเบาๆ…

Read More

WaQ Yakiniku Buffet Siam Paragon

บุฟเฟต์ปิ้งย่างในปัจจุบันถือว่าเป็นเมนูอาหารที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนไทย เพราะนอกจากความอร่อยของเนื้อ

Read More

Bestbeef Sukhumvit Buffet

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าเนื้อถือว่าเป็นวัตถุดิบชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยิ่งทุกวันนี้เนื้อที่ร้านอาหารหลายๆ ร้าน

Read More