เทคนิคการซื้อเนื้อหมูที่ถูกต้อง

การประกอบอาหารไม่ว่าจะเป็นเมนูใดก็ตาม วัตถุดิบถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะเป็นหัวใจหลักในการปรุงอาหาร วัตถุดิบที่ใช้สำหรับปรุงอาหารนั้นองค์ประกอบส่วนใหญ่ได้แก่ ตัววัตถุดิบหลักที่จะใช้เป็นตัวชูโรง ยกตัวอย่างเช่น เนื้อสัตว์ต่าง ๆ อย่างเนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อหมู เนื้อวัว อาหารทะเลที่ได้จากสัตว์ทะเลเป็นต้น ต่อมาก็คือผักชนิดต่าง ๆ และองค์ประกอบอื่น ๆ แต่อีกสิ่งที่ทำให้อาหารที่ปรุงเสร็จออกมามีรสชาติอร่อยก็คือ เครื่องปรุงต่าง ๆเช่นซอส น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาล เกลือ เป็นต้น เนื้อสัตว์เป็นวัตถุดิบที่ผู้คนแทบทุกชาติทุกภาษานิยมนำมาประกอบอาหารโดยเฉพาะเนื้อหมู การเลือกซื้อเนื้อหมูที่สดสะอาดและไม่มีสิ่งเจือปนจะเป็นเคล็ดลับ ที่ทำให้อาหารเมนูนั้นอร่อยและน่ารับประทาน ซึ่งการเลือกซ้อเนื้อหมูก็ต้องพิจารณารายละเอียดหลายประการ ถ้าจะเลือกซื้อเนื้อหมูให้ได้เนื้อหมูที่ดีจะต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้คือ 1.การเลือกเนื้อหมูทุกส่วนโดยรวมให้ดูที่สีของเนื้อหมูเป็นสีชมพูอ่อนกำลังดี ไม่ซีดจนเกินไปละไม่มีสีแดงเกินไป ตัวมันของหมูจะเป็นสีขาว ถ้าสีออกเหลือง ๆ มากก็แสดงว่าไม่ค่อยสด กดดูที่เนื้อหมูจะมีความนิ่มเด้งพอประมาณ ไม่เหลวหรือแข็งจนเกินไป 2. การเลือกซื้อส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหมู เพื่อมาประกอบอาหารนั้น เนื้อหมูส่วนต่าง ๆ จะเหมาะที่จะประกอบเป็นอาหารต่างเมนูกันออกไป เพราะคุณสมบัติและลักษณะของเนื้อหมูแต่ละส่วนมีความแตกต่างกันเนื้อหมูสันนอกจะมีความนุ่ม มีมันติดอยู่เล็กน้อยเหมาะที่จะนำไปทำแมนูที่โชว์ส่วนเนื้อหมูเต็มที่ชิ้นใหญ๋ เช่น สเต็ก เนื้อหมูสะโพกเป็นเนื้อที่มีความแน่นค่อนข้างมาก นุ่มปานกลาง เหมาะจะนำไปทำลูกชิ้น หมูเด้ง และนำไปหั่นเล็กผัด ทอดได้ เนื้อหมูสามชั้นจะมีมันละเนื้อแทรกกันเป็นชั้น ๆ เป็นเนื้อบริเวณท้องของหมู นำไปทำพะโล้หรือผัด ทอดทำหมูกรอบจะอร่อยมาก เนื้อสันในหมูเป็นส่วนที่นุ่มที่สุดและไม่มีมันทำเมนูได้หลากหลาย สันคอหมูจะมีไขมันแทรกอยู่กระจายทั่วเนื้อ เหมาะนำไปทำน้ำตก หรือย่าง ทำบาบีคิว เป็นต้น 3.หมูสับ ในส่วนของหมูสับนั้นมีหลายแบบ ทั้งหมูสับที่แทรกมันอยู่มากและหมูสับที่มันน้อย ถ้าต้องการดเนื้อหมูสับที่เหนียว ๆ หน่อยให้ใช้ส่วนสะโพกหมูสับ แต่ถ้านำไปทำเป็นหมูบดในโจ๊กควรจะเลือกที่บดประมาณ 2 รอบ ถ้าเป็นร้านขายหมูที่มีเครื่องบดอยู่ก็สามารถขอให้บดอีกรอบหรือนำมาสับเพิ่มเองที่บ้านได้

Read More

เรียนรู้ถึงส่วนประกอบต่างๆ ของเนื้อปลาทูน่า

หลายคนคงทราบดีว่าปลาเป็นสัตว์ที่อุดมไปด้วยโปรตีน โอเมก้า 3 จำนวนมากซึ่งสารอาหารเหล่านี้ต่างอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสมอง ฉะนั้นถ้าใครชื่นชอบการทานปลาโดยเฉพาะปลาดิบอย่างซูชิ จะต้องรู้จักซูชิโอโทโร่ หรือ ชูโทโร่ ในปลาทูน่านั้นนอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังมีรสชาติที่แสนอร่อย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเป็นอย่างมาก แล้วเคยสงสัยกันไหมว่าในเนื้อปลาทูน่ามีองค์ประกอบไปด้วยอะไรบ้างคะ เนื้อแดง “อาคามิ” คือเนื้อที่อยู่บริเวณส่วนกลางด้านข้าง (Back Side) ของตัวปลา จุดเด่นของเนื้อแดงอาคามิมีรสสัมผัสแน่น เนื่องจากในเนื้อมีไขมันแทรกอยู่น้อย ให้แคลอรี่ต่ำแต่มีโปรตีนสูงจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในร้านซูชิจะเรียกเนื้อแดงอาคามิว่า มากุโระ (ปลาทูน่า) เมื่อนำมาเทียบกับโอโทโร่ และชูโทโร่แล้ว เนื้อแดงอาคามิจะรับประทานได้เต็มอิ่มมากกว่า เนื้อมันส่วนกลาง “ชูโทโร่” คือเนื้อที่อยู่บริเวณส่วนท้องและส่วนหลังของตัวปลาที่จะไม่ร่วมส่วนอื่นๆ จุดเด่นของเนื้อบริเวณนี้ จะมีไขมันแทรกอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งไขมันส่วนนี้สามารถละลายได้ในปากและความกลมกล่อมของรสชาติเนื้อแดงทำให้เกิดความอร่อยที่ลงตัว สามารถทานชูโทโร่ได้ทั้งแบบซูชิ ทานดิบ (ซาชิมิ) คือการทานแบบย่าง ซึ่งเนื้องชูโทโร่เป็นส่วนที่นิยมทานกันมากว่าส่วนอื่น เนื้อมันส่วนท้อง “โอโทโร่” เป็นเนื้อบริเวณท้องที่มีไขมันแทรกอยู่มากที่สุด จึงทำให้รสสัมผัสที่ได้มีความเนียนนุ่ม จุดเด่นของเนื้อส่วนนี้คือเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะมีความรู้สึกราวกับว่าเนื้อสามารถละลายได้ในปาก แล้วมีรสชาติที่หวานนุ่มละมุนละไม โอโทโร่คือเนื้อส่วนที่มีราคาแพงมากที่สุด เมื่อนำไปทำเป็นซูชิจึงจัดว่าเป็นซูชิสุดหรูอลังการ เนื้อส่วนแก้ม “โฮโฮนิขุ” ในเนื้อปลา 1 ตัวจะมีเนื้อส่วนแก้ม โฮโฮนิขุ เพียงแค่ 2 ชิ้นเท่านั้นจัดว่าเป็นส่วนที่หายาก โฮโฮนิขุประกอบไปด้วยเส้นใยทางอาหารสูง เมื่อนำไปใช้ประกอบอาหารต่างๆไม่ว่าจะทำสเต็กหรือทอดก็ทำให้ได้เนื้อนุ่มรสชาติเยี่ยมที่ไม่ต่างกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ เนื้อมันส่วนคาง “คามะโทโร่” เป็นเนื้อบริเวณที่อยู่ด้านหลังเหงือก และเป็นส่วนที่หายากเพราะใน 1 ตัวจะมีเพียงแค่ 2 ชิ้น เท่านั้น คนญี่ปุ่นจึงมักชอบที่จะทานเนื้อตรงส่วนนี้ เพราะมีไขมันในปริมาณกำลังพอดีไม่มากเกินไปแล้วยังรับประทานได้ง่ายอีกด้วย

Read More

เรียนรู้ถึงส่วนประกอบต่างๆ ของเนื้อไก่

เนื้อไก่จัดว่าเป็นอาหารยอดนิยมอีกประเภทหนึ่ง สามารถหากินได้ง่ายมีขายอยู่ทุกหนแห่ง เต็มไปด้วยคุณประโยชน์นานัปการ ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด, ไก่อบ, ไก่ย่าง, ไก่ต้ม ส่วนความอร่อยของเนื้อแต่ละชิ้นส่วนก็มีความแตกต่างกันออกไป บางคนชอบเนื้อส่วนน่อง บางคนก็ชอบเนื้ออก แต่ก็เชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าเนื้อส่วนที่ตนเองชื่นชอบเรียกว่าอะไร แล้วให้จำนวนกิโลแคลอรี่มากน้อยเท่าใด โดยเนื้อไก่ที่มีไขมันและไขมันอิ่มตัวมากที่สุด คือ บริเวณตูดไก่, หนังไก่ และคอไก่ ฉะนั้นผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อส่วนนี้จะดีที่สุด สันในไก่ : เป็นเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุด สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายอย่าง อาทิ ผัด ทอด หรือต้มฉีกเป็นเส้นไว้ใส่ในกระเพาะปลา หรือจะนำไปทานคู่กับผักสลัดก็อร่อยไม่แพ้กับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น อกไก่ : (159 กิโลแคลอรี่) เป็นเนื้อส่วนที่อ่อนนุ่มรองลงมาจากเนื้อบริเวณสันในไก่ สามารถนำมาปรุงอาหารได้มากมายเช่นกัน แต่บางคนอาจจะไม่รู้สึกชอบเนื้อบริเวณนี้เพราะติดว่ารสชาติจะค่อนข้างจืดเกินไป เมื่อนำไปเทียบกับเนื้อบริเวณอื่นๆ ดังนั้นหากนำไปประกอบอาหารควรที่จะต้องปรุงรสชาติให้มากขึ้นกว่านี้ ปีกไก่ : (217 กิโลแคลอรี่) เนื้อส่วนนี้อุดมไปด้วยโปรตีนแล้วเวลานำไปประกอบอาหารประเภทที่เป็น ต้ม ตุ๋น หรือทำสตู จะทำให้รสชาติกลมกล่อมมากขึ้น บางคนอาจจะนำไปหมักกับกระเทียมพริกไทยแล้วทอด หรือจะนำไปชุบแป้งทอดก็อร่อย น่องไก่ : (143 กิโลแคลอรี่) เนื้อส่วนนี้จะมีลักษณะเหนียว และเป็นส่วนที่อร่อยมากที่สุด จึงมักถูกนำไปประกอบอาหารทั้งนำไปย่าง ทอด หรือ ตุ๋น โครงไก่ หรือกระดูกไก่ : เนื้อบริเวณนี้คนไม่ค่อยนิยมนำมากินเพราะเป็นส่วนที่เมื่อเลาะเนื้อออกหมดแล้วจะเหลือเนื้อติดอยู่เพียงเล็กน้อย จึงมักถูกนำไปต้มเป็นน้ำซุป เพราะจะทำให้น้ำซุปมีรสชาติหวานอร่อย เมื่อเอาไปทำเป็นน้ำแกง น้ำตุ๋น หรือใส่ผักลงไปก็จะยิ่งช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารยิ่งขึ้น ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ส่วนไหนก็สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์และประกอบอาหารได้ทั้งนั้น แต่ขึ้นอยู่กับการบริโภคที่ควรจะบริโภคให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป แล้วควรที่จะรับประทานควบคู่กับอาหารชนิดอื่นด้วยเช่นกัน เพราะหากทานเนื้อไก่เพียงอย่างเดียวในปริมาณที่มากเกินกว่าร่างกายจะต้องการ สุดท้ายอาจส่งผลต่อสุขภาพทำให้ปวดกระดูกและกลายเป็นโรคเก๊าท์ในที่สุดคะ

Read More

เรียนรู้ส่วนประกอบต่างๆ ของเนื้อหมู

เนื้อหมูจัดเป็นวัตถุดิบประเภทสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนำมาประกอบอาหาร ด้วยความที่เนื้อหมูเป็นเนื้อที่มีความอร่อยสามารถนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารได้หลากหลาย รวมถึงยังมีส่วนประกอบให้เลือกใช้ได้ค่อนข้างมากจึงไม่แปลกที่คนทั่วไปจะนิยมทานหมูกันมากกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ ซึ่งหากลองมาไล่ดูก็จะเห็นว่าส่วนประกอบของเนื้อหมูมีอยู่เยอะมากๆ และแต่ละส่วนเองก็มีความเหมาะสมในการนำมาประกอบอาหารแตกต่างกันออกไป รู้จักกับส่วนประกอบต่างๆ ของเนื้อหมู หัวหมู – เป็นส่วนที่จะถูกตัดมาเป็นหัวๆ ให้ได้เห็นกัน ส่วนมากมักนำมาทำพะโล้เพราะมีความคาวมากซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีส่วนประกอบอื่นๆ ของหมูรวมอยู่ด้วย คือ หูหมู เป็นกระดูกอ่อนๆ เคี้ยวเพลินๆ ส่วนมากมักนำมาย่างทานกับน้ำจิ้ม และ ลิ้นหมู จะมีความเหนียวนุ่มแต่ไม่กรอบ ส่วนใหญ่ก็มักเอามาย่างเช่นกัน คอหมู – เป็นส่วนที่มีไขมันแทรก มีความนุ่ม ติดมัน ส่วนมากมักนิยมนำมาทำเมนูประเภทคอหมูย่าง, คอหมูทอด, น้ำตกหมู เวลาย่างเมื่อมันหยดลงไฟก็จะลุกเป็นเอกลักษณ์ที่อร่อยแบบสุดๆ ไปเลย สันนอก – เป็นส่วนที่เนื้อเยอะอยู่บริเวณด้านนอกลำตัว มีไขมันในระดับหนึ่งแต่ไม่มากเกินไป มีความนุ่มอยู่ในตัว ทำอาหารได้หลากหลายเมนูเรียกว่าทุกเมนูเลยก็ว่าได้สำหรับส่วนนี้ สันใน – เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดส่วนหนึ่งเหตุเพราะเป็นส่วนที่มีความนิ่มมากๆ แต่กลับไม่มีมันเลยแม้แต่น้อย เป็นส่วนที่หมูไม่ค่อยเคลื่อนไหว แต่ราคาแพงที่สุดของหมูเลยก็ว่าได้ สามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลายเช่นเดียวกัน สะโพก – จะเป็นส่วนที่มีความเหนียวมากที่สุดของหมู เนื่องจากว่าเป็นส่วนที่อยู่ต่อขึ้นมาจากขาหลัง เป็นส่วนที่หมูใช้งานเยอะจึงทำให้เนื้อแข็งส่วนมากมักนำไปทำเมนูที่มีการต้มนานๆ อาทิ ซุป แกง เป็นต้น หัวไหล่ – จริงๆ แล้วเป็นส่วนที่อาจไม่ค่อยคุ้นกันมากนักเนื่องจากมักเป็นส่วนที่ถูกนำไปแปรรูปเป็นอาหารต่างๆ อาทิ ไส้กรอก, หมูยอ, แฮม เป็นต้น เป็นเนื้อที่ไม่เหนียวแต่ก็ไมได้นุ่มมาก สามารถนำมาทำเมนูอาหารได้หลากหลายเช่นเดียวกัน ขาหน้าขาหลัง – เป็นส่วนของขาทั้งหมดยกเว้นเท้า ไขมันเยอะมาก แต่เป็นของโปรดของหลายคนโดยเฉพาะขาหมูพะโล้ เท้า – หรือคากิ ก็คือส่วนอุ้งเท้าของหมู เป็นเอ็นผสมมัน มักใส่ไว้กับพะโล้ไม่ก็ต้มยำ สามชั้น – มีไขมันเยอะมากรวมกับเนื้อที่นุ่มมีหนังอยู่ด้านนอก ซี่โครง – จะแบ่งเป็น ซี่โครงแก่จะมีความแข็ง มีเนื้อติดรอบๆ เนื้อนุ่ม มันสวย กับ ซี่โครงอ่อนที่จะเป็นกระดูกอ่อนของหมูสามารถทานได้

Read More